ลองนึกถึงห้องสมุดที่ไม่มีใครจัดเรียงหนังสือมา 35 ปี นี่คือสิ่งที่อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ เผชิญอยู่เมื่อรับภารกิจสำรวจงานวิจัยเรื่องสื่อกับเด็กของไทยตั้งแต่ปีที่โทรทัศน์เพิ่งเริ่มออกอากาศ
บทความนี้ตัดตอนมาจากงานวิจัยเรื่อง “สถานภาพแห่งองค์ความรู้เรื่องบทบาทสื่อมวลชนกับการพัฒนาเด็ก เยาวชนและครอบครัว” ซึ่งอาจารย์กาญจนา แก้วเทพ จัดทำให้กับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ใน พ.ศ. 2540 และต่อมาได้รวมอยู่ในโครงการเมธีวิจัยอาวุโส “กระบวนทัศน์ใหม่ของสื่อสารไทยศึกษา” (พ.ศ. 2552–2555) งานชิ้นนี้สำรวจงานวิจัย 138 ชิ้นที่ครอบคลุมสื่อทุกประเภท ตั้งแต่หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ภาพยนตร์ วิทยุ โทรทัศน์ โฆษณา วิดีโอ จนถึงคอมพิวเตอร์
สิ่งที่งานชิ้นนี้ทำได้ดีคือไม่เพียงรายงานว่า “มีงานวิจัยเรื่องอะไรบ้าง” แต่วิเคราะห์ด้วยว่าธรรมชาติของสื่อแต่ละชนิดกำหนด “ขอบเขตกลุ่มผู้รับสาร” อย่างไร เช่น หนังสือพิมพ์เป็นสื่อของผู้ใหญ่โดยสันดาน กลุ่มเด็กจึงอยู่ชายขอบของผู้รับสารตั้งแต่ต้น ขณะที่โทรทัศน์มีพลังต่อเด็กมากกว่าสื่ออื่นๆ ทั้งในฐานะผู้ช่วยและผู้ทำร้าย
*”ขณะที่เด็กไทยกำลังเติบโตขึ้นภายใต้การอบรมเลี้ยงดูของสถาบันครอบครัว แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ในสังคมปัจจุบัน สถาบันสื่อมวลชนก็มีส่วนช่วยขัดเกลาให้เด็กเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่”* (พ.ศ. 2540)
สำหรับผู้ที่ทำงานด้านนโยบายสื่อ การศึกษา หรือการพัฒนาเด็ก บทความนี้เป็นกระจกสะท้อนให้เห็นว่าเราสะสมความรู้เรื่องนี้มาอย่างไรตลอดครึ่งศตวรรษ และอะไรที่เราศึกษาซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยยังไม่ได้คำตอบ









