ถ้าเคยนั่งในห้องประชุมแล้วรู้สึกว่าเวลาผ่านไปโดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง บทความชิ้นนี้อาจช่วยให้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
งานเขียนนี้เกิดขึ้นภายใต้โครงการสื่อพื้นบ้านสื่อสารสุข (สพส.) ซึ่งใช้เวทีการประชุมเป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน ทั้งกับผู้ประสานงานภาค ภาคีโครงการ และชมรมต่างๆ อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ถอดบทเรียนจากประสบการณ์จริงของ สพส. เพื่อให้ผู้ทำงานภาคสนามเข้าใจการประชุมในฐานะ “รูปแบบการสื่อสารชนิดหนึ่ง” ที่มีคุณสมบัติซับซ้อนกว่าที่เคยคิด
บทความนี้พาผู้อ่านผ่านคุณลักษณะของการประชุม — ทั้งที่เป็นการสื่อสารสองทาง การไหลของข้อมูลหลายทิศทาง ศักยภาพในการระดมความร่วมมือ ไปจนถึงความแตกต่างระหว่างการประชุม “แบบทางการ” กับ “แบบที่ได้ผล” สิ่งที่โดดเด่นคือตัวอย่างออกแบบประชุม 6 รูปแบบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโอกาสที่ผู้เข้าร่วมจะได้แสดงความคิดเห็นน้อยมากเพียงใดในบางรูปแบบ
*”ยิ่งทำความรู้จักได้มาก ก็จะยิ่งใช้ประโยชน์ได้หลากหลายมากขึ้นตามกัน”*
นี่คือหลักการที่อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ยึดถือตลอดงานชิ้นนี้ ซึ่งตีพิมพ์รวมอยู่ในหนังสือ “ขับกลั่น คัดกรอง ตรองดู: สื่อพื้นบ้านสื่อสารสุข” พ.ศ. 2549 เป็นส่วนหนึ่งของชุดความรู้ที่บันทึกวิธีการทำงานของ สพส. ก่อนที่บทเรียนเหล่านั้นจะสูญหายไปกับเวลา
สำหรับผู้ที่ทำงานพัฒนาชุมชนหรือจัดกระบวนการเรียนรู้ บทความนี้ไม่ได้บอกว่าควรจัดประชุมแบบไหน แต่ชวนให้ตั้งคำถามว่า การประชุมที่ผ่านมานั้น “ไหลไปทิศทางเดียว” หรือเปล่า?









