เราคุ้นเคยกับคำกล่าวที่ว่า “คนบางคน ตายแล้ว หนักเหมือนขุนเขา แต่บางคนตายแล้ว เบาเหมือนขนนก” และสำหรับ ซีโมน เดอ โบวัวร์ คำถามนั้นมีคำตอบชัดเจนกว่าใคร
อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ เขียนบทความนี้ในปี 2536 ตีพิมพ์ในนิตยสาร “หญิง” คอลัมน์ “นรชาติวางวาย” เพื่อรำลึกถึงซีโมน เดอ โบวัวร์ นักปรัชญาและนักเขียนชาวฝรั่งเศสผู้เขียน “เพศที่สอง” (The Second Sex) งานชิ้นนี้ไม่ใช่บทสรุปชีวประวัติ แต่เป็นการอ่านชีวิตของซีโมนในฐานะ “ดวงไฟ” ที่ให้แสงแก่ขบวนการเฟมินิสต์รุ่นใหม่ทั่วโลก
อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ฉายภาพซีโมนไว้อย่างงดงามทั้งในมิติของนักคิด นักเขียน และมนุษย์ผู้หญิงที่ใช้ชีวิตตลอดรอดฝั่งด้วยความมุ่งมั่นและความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง โดยเฉพาะการที่ซีโมนไม่ยอมให้ชีวิตถูกนิยามด้วยความเป็น “เพศที่สอง” อีกต่อไป
“ในขณะที่มีวิธีที่จะเป็นเฟมินิสต์ได้หลายวิธี เช่น เป็นด้วยคำพูด เป็นด้วยความคิด หรือเป็นด้วยการกระทำ แต่สำหรับซีโมน เธอเป็นเฟมินิสต์ชนิดสมบูรณ์แบบ” (กาญจนา แก้วเทพ, 2536)
สิ่งที่ทำให้บทความนี้มีพลังคือการที่อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ไม่เพียงแค่ยกย่องซีโมน แต่ตั้งคำถามกับสังคมที่ยังมองผู้หญิงในฐานะ “ขนนก” ไม่ว่าจะมีความสำเร็จขนาดไหน และชวนผู้อ่านให้ลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า เมื่อใดที่เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและคุ้มค่าเช่นนั้น ความตายจะมีความหมายอะไรเล่า
บทความชิ้นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่อยากทำความรู้จักซีโมน เดอ โบวัวร์ผ่านสายตาของนักวิชาการไทยที่รู้จักโลกเฟมินิสต์ทั้งภาคทฤษฎีและภาคชีวิตจริงอย่างถึงแก่น









