ถ้านักนิเทศศาสตร์คือผู้ที่มี “ตัว C อยู่บนหน้าผาก” อย่างที่แฮร์รี่ พอตเตอร์มีรอยแผลเป็น — แล้วเราใช้อภิสิทธิ์นั้นอย่างคุ้มค่าแค่ไหน?
ข้อเขียนชิ้นนี้เป็นงานของอาจารย์กาญจนา แก้วเทพ นำเสนอในการประชุมวิชาการระดับชาติ ครบรอบ 48 ปี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) วันที่ 1 เมษายน 2557 ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมการสื่อสารเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ
งานชิ้นนี้ใช้กลยุทธ์ “เหลียวไปข้างหลัง เพื่อแลไปข้างหน้า” ในการพิจารณา 4 แนวคิดสำคัญ ได้แก่ นวัตกรรม การสื่อสาร การพัฒนา และความยั่งยืน อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ท้าทายทั้งวงการว่าการวิจัยสื่อใหม่นั้นนำตัวสื่อที่ใหม่มาศึกษา แต่ทฤษฎีและวิธีวิจัยใหม่ตามไปด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ยังตั้งคำถามว่าสาขานิเทศศาสตร์พัฒนาการจะยั่งยืนได้อย่างไรในยุคที่มีคนบอกว่าประเทศไทยพัฒนาแล้ว
ข้อเสนอหลักของงานนี้คือการเปิด “Track 2” หรือเส้นทางรองของสาขา ซึ่งเรียกว่า “Communication et al” คือการผนึกรวมนิเทศศาสตร์กับสาขาวิชาอื่น สร้างสาขาลูกผสมอย่างสื่อสารสุขภาพ สื่อสารสิ่งแวดล้อม หรือสื่อสารการท่องเที่ยว พร้อมขยายนิยาม “สื่อ” ให้ครอบคลุมสื่อกิจกรรม สื่อพื้นที่ สื่อวัตถุ และสื่อพิธีกรรม
“นักนิเทศศาสตร์จะมองสนามโอลด์แทรฟฟอร์ดด้วยเลนส์การสื่อสารที่แตกต่างจากนักกีฬาศึกษาได้อย่างไร — นั่นคืออัตลักษณ์ที่เราต้องธำรงรักษาไว้”* อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ เน้นว่าความยั่งยืนต้องมาจากทั้งการพึ่งตนเองและการพึ่งพากัน รวมถึงความเสมอภาคในการผลิตและใช้ความรู้จากทั้ง 3 ภาคส่วน คือรัฐ ธุรกิจ และประชาชน
หากคุณเป็นนักนิเทศศาสตร์รุ่นใหม่ที่กำลังถามตัวเองว่าสาขานี้ยังมีความหมายอยู่ไหม งานชิ้นนี้ไม่ให้คำตอบสำเร็จรูป แต่มอบแผนที่ชุดหนึ่งสำหรับการออกเดินทางต่อ









