เคยสงสัยบ้างไหมว่าเหตุใดการรณรงค์บางชิ้นจึงตรึงใจ ขณะที่อีกหลายชิ้นผ่านมาแล้วก็ผ่านไปโดยไม่ทิ้งรอยอะไรไว้เลย?
ในปี พ.ศ. 2533 อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ได้เขียนหนังสือเล่มบางแต่หนักแน่นเล่มนี้ให้แก่สำนักเลขาธิการสภาคาทอลิกแห่งประเทศไทยเพื่อการพัฒนา ในยุคที่งานรณรงค์ทางสังคมของไทยกำลังขยายตัวและต้องการฐานทางทฤษฎีที่ชัดเจนขึ้น หนังสือเล่มนี้จึงทำหน้าที่เป็นเข็มทิศให้แก่นักสื่อสารเพื่อสังคมรุ่นแรกๆ
อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ชำแหละหัวข้อตั้งต้นด้วยการแยกแยะความหมายของ 3 คำสำคัญ ได้แก่ “ศาสตร์” ซึ่งเป็นเรื่องของหัวสมอง “ศิลป์” ซึ่งเป็นเรื่องของหัวใจ และ “การรณรงค์” ซึ่งเป็นการผสมผสานทั้งสองเข้าด้วยกัน เปรียบเหมือนขนมปลากริมที่ต้องมีทั้งความหวานและความเค็มผสมกันในสัดส่วนที่ลงตัวในแต่ละครั้ง ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว
สิ่งที่ทำให้งานชิ้นนี้โดดเด่นคือการกล้าพูดว่าการรณรงค์ที่ดีไม่อาจอาศัยเพียงข้อมูลหรือตรรกะเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีมิติทางอารมณ์และความงามเข้ามาร่วมด้วยเสมอ แนวคิดนี้ดูเหมือนจะฝืนกระแสหลักของยุคสมัยซึ่งนิยมมองสื่อสารเป็นกระบวนการส่ง-รับข้อมูลเพียงด้านเดียว
หากคุณทำงานด้านการสื่อสารสาธารณะ การรณรงค์เพื่อสังคม หรือแม้แต่การสอนนิเทศศาสตร์ งานชิ้นนี้ชวนให้ตั้งคำถามว่า สิ่งที่เราเรียกว่า “งานรณรงค์ที่ดี” นั้น วัดกันที่อะไรกันแน่ — ที่ความถูกต้องของเนื้อหา หรือที่ความสามารถในการสัมผัสใจผู้รับสาร?









