อีกครั้งกับเรื่องการสื่อสารแบบมีส่วนร่วม

“ของของใคร ของใครก็หวง” — ประโยคง่ายๆ ที่เปิดโลกทัศน์ว่าทำไม “การมีส่วนร่วม” จึงเป็นหัวใจของการพัฒนา และ “การสื่อสาร” มีบทบาทอย่างไรในกระบวนการนั้น

“ของของใคร ของใครก็หวง” — ประโยคง่ายๆ ที่เปิดโลกทัศน์ว่าทำไม “การมีส่วนร่วม” จึงเป็นหัวใจของการพัฒนา และ “การสื่อสาร” มีบทบาทอย่างไรในกระบวนการนั้น

บทความของอาจารย์กาญจนา แก้วเทพ เขียนขึ้นเป็นเอกสารประกอบการบรรยายโครงการศึกษาดูงานด้านการวางแผนและประเมินผลการสื่อสารเพื่อการพัฒนา ณ อ.ประทิว จ.ชุมพร ปี 2546 และต่อมาตีพิมพ์ในหนังสือ สื่อเล็กๆ ที่น่าใช้ในงานพัฒนา ปี 2552 งานชิ้นนี้ใช้กรณีศึกษา “หอกระจายข่าว” เป็นหัวใจของการวิเคราะห์ สื่อชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้ชิดชาวบ้านในเชิงกายภาพ แต่ห่างเหินในเชิงจิตใจ สะท้อนให้เห็นว่าการขาด “ความรู้สึกเป็นเจ้าของ” นำไปสู่การไม่ดูแลรักษา ไม่ใช้ประโยชน์ และในที่สุดก็ปล่อยให้ทรัพยากรชุมชนนั้นเสื่อมโทรม

อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ จำแนกความสัมพันธ์ระหว่างการสื่อสารกับการมีส่วนร่วมออกเป็น 2 มิติ มิติแรกคือการสื่อสารในฐานะ “เครื่องมือ” ที่นำประชาชนเข้ามาร่วมในกิจการสาธารณะ มิติที่สองคือการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมใน “ระบบการสื่อสาร” โดยตรง ซึ่งเรียกว่า “การสื่อสารแบบมีส่วนร่วม” (Participatory Communication) บทความยังแยกแยะแบบจำลองการสื่อสาร 2 แบบอย่างชัดเจน ระหว่าง Transmission Model ที่ผู้รับสารเป็นเพียงถังรองน้ำ กับ Ritualistic Model ที่ผู้ส่งและผู้รับสลับบทบาทกัน แบบหลังนี้เท่านั้นที่สร้างการมีส่วนร่วมได้จริง

งานชิ้นนี้ยังชวนให้ขบคิดเรื่องช่องว่างระหว่าง “โลกแห่งความเป็นจริงที่โยงใย” กับ “โลกแห่งความคิดที่แตกแยก” ผ่านคำถามว่าเพราะเหตุใดคนกรุงเทพฯ จึงรู้สึกว่าปัญหาตัดไม้ทำลายป่าทางเหนือ “ไม่ใช่เรื่องของเรา” ทั้งที่แม่น้ำเจ้าพระยาที่เลี้ยงชีวิตพวกเขาเกิดจากลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน

หากคุณเป็นนักพัฒนา นักสื่อสาร หรือผู้ออกแบบนโยบายชุมชน บทความนี้คือจุดเริ่มต้นที่ดีในการทบทวนว่า “การมีส่วนร่วม” ที่คุณทำอยู่นั้น เป็นการมีส่วนร่วมแบบไหน และเปิดให้ใครมีส่วนร่วมในขั้นตอนใดบ้าง