หากคุณสงสัยว่าเหตุใดชาวบ้านในภาคเหนือของไทยช่วงทศวรรษ 2510–2520 จึงไม่ลุกขึ้นต่อต้านโครงสร้างที่กดทับพวกเขา คำตอบอาจอยู่ในบทวิเคราะห์ชิ้นนี้
อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ เรียบเรียงและนำเสนองานของ Paul T. Cohen จากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก *”The Politics of Economic Development in Northern Thailand, 1967–1978″* (London School of Economics and Political Science, University of London, 1981) โดยตีพิมพ์ในวารสารสังคมพัฒนา ปีที่ 4 ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2529) หน้า 63–79 งานชิ้นนี้มีจุดเด่นตรงที่เลือกกรณีศึกษาหมู่บ้านสองแห่งในอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ “บ้านคลาด” และ “สันค้าง” เพื่อเจาะลึกความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการกับประชาชนชาวนา และตรวจสอบบทบาทของพุทธศาสนากับจริยธรรมชาวบ้านในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง
กรอบทฤษฎีที่ใช้ผสมผสานระหว่างทฤษฎีเศรษฐศาสตร์การเมืองของ Popkin และทฤษฎีเศรษฐกิจจริยธรรมของ James Scott โดยตั้งคำถามว่า *”พุทธศาสนาไม่สามารถจะกระตุ้นให้คนสนใจเรื่องทางโลก เรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ”* นั้นสามารถใช้อธิบายในกรณีของหมู่บ้านและผู้นำชาวบ้านที่เลือกมาทำการศึกษาได้หรือไม่
งานชิ้นนี้มีคุณค่าสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจการเมืองชนบทไทยผ่านเลนส์เศรษฐศาสตร์การเมือง โดยเฉพาะในยุคที่รัฐกำลังขยายอิทธิพลลงสู่ท้องถิ่น และเป็นหลักฐานสำคัญว่าอาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ได้เป็นสะพานเชื่อมงานวิชาการตะวันตกกับบริบทสังคมไทยมาตั้งแต่ทศวรรษ 2520









