กระบวนการสร้างสรรค์เพื่อสืบทอดวัฒนธรรม: ศึกษากรณีโครงการเท่งตุ๊กสุขที่ได้รำ

ถ้าเคยสงสัยว่าวัฒนธรรมพื้นบ้านจะ “อยู่รอด” ในโลกที่สื่อสมัยใหม่เบียดแทนทุกพื้นที่ บทความชิ้นนี้ชวนไปดูกระบวนการจริงๆ ที่เกิดขึ้นบนชายหาดแห่งหนึ่งในจันทบุรี

ถ้าเคยสงสัยว่าวัฒนธรรมพื้นบ้านจะ “อยู่รอด” ในโลกที่สื่อสมัยใหม่เบียดแทนทุกพื้นที่ บทความชิ้นนี้ชวนไปดูกระบวนการจริงๆ ที่เกิดขึ้นบนชายหาดแห่งหนึ่งในจันทบุรี

อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ร่วมกับสุชาดา พงศ์กิตติวิบูลย์ เขียนงานชิ้นนี้ในฐานะส่วนหนึ่งของปฐมบทองค์ความรู้โครงการสื่อพื้นบ้านสื่อสารสุข (สพส.) ปี พ.ศ. 2549 โดยยกกรณีศึกษาของ “โครงการเท่งตุ๊กสุขที่ได้รำ” ที่บ้านเจ้าหลาว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี มาถ่ายทอดอย่างละเอียด ตั้งแต่รากเหง้าของ “เท่งตุ๊ก” ซึ่งเป็นสื่อพื้นบ้านสายพันธุ์เดียวกับละครชาตรีและโนห์รา จนถึงพิธีครอบครูกลางงานลอยกระทงที่เด็กๆ นักดนตรีและนางรำซึ่งหัดซ้อมมาหลายปีได้รับการรับรองจากเจ้าพ่อหัวแหลมอย่างเป็นทางการ

*”ก่อนที่สพส.จะเข้ามา ป้าก็ทำของป้าอยู่ก่อนแล้ว กลัวศิลปะพื้นบ้านมันจะหายไป ก็เลยชวนลูกหลานที่สนใจมาหัดละคร มีคนสนใจมาฝึกราวสิบกว่าคน แต่ก็ทำได้ไม่เต็มที่”* (พ.ศ. 2549)

คำพูดของป้าอำนวย สุธาโร ผู้นำโครงการ สะท้อนใจความสำคัญที่งานชิ้นนี้พยายามบอก นั่นคือวัฒนธรรมไม่ได้รอให้มีทฤษฎีมาพิสูจน์ก่อนถึงจะเริ่มผลิตซ้ำตัวเอง มันดำเนินอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน และสิ่งที่ สพส. เพิ่มเข้ามาคือ “จิตสำนึกที่สูงขึ้น” และ “แผนที่การเดินทาง” ผ่านเลนส์ SMCR และกลยุทธ์ “ทาบกิ่งใหม่กับต้นเดิม”

งานชิ้นนี้ไม่ได้พูดถึงการอนุรักษ์ในความหมายของการเก็บรักษา แต่พูดถึงการที่วัฒนธรรมมีชีวิต เจริญเติบโต และต่อรองกับโลกที่เปลี่ยนไปอย่างมีจิตสำนึก สำหรับผู้ที่อยากเข้าใจว่าสื่อพื้นบ้านแตกต่างจากโทรทัศน์และวิทยุในฐานะ “กาวใจ” ของชุมชนอย่างไร บทวิเคราะห์ที่นี่มีคำตอบที่ซับซ้อนและอบอุ่นกว่าที่คิด