ลองนึกถึงภาพผู้ใหญ่ที่เสร็จโครงการไปแล้ว ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ค้างอยู่ แต่ยังพร้อมระหกระเหินเดินทางมาช่วยคนรุ่นใหม่ทุกครั้งที่ขอร้อง — นั่นคือสิ่งที่งานชิ้นนี้ตั้งใจเล่า
“พี่นี้มีแต่ให้ น้องก็ใช่ว่ามีแต่รับ” เป็นบทสรุปจากเวทีปิดงาน “พี่ช่วยน้อง ภาคกลาง & ภาคตะวันออก” ของโครงการสื่อพื้นบ้านสื่อสารสุข (สพส.) ที่จัดขึ้นวันที่ 25-26 ธันวาคม 2548 ที่จังหวัดชลบุรี สนับสนุนโดย สสส. อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ซึ่งได้รับเชิญให้กล่าวสรุปงาน นำเนื้อหาส่วนนั้นมาเขียนบันทึกไว้ในรูปแบบบทความสั้นหลังจากงานผ่านไป
*”ถ้าไม่รู้จัก มันรักไปไม่ได้”* (2548)
ประโยคสั้นๆ นี้เป็นหัวใจของงานทั้งชิ้น เพราะสิ่งที่รุ่นพี่ถ่ายทอดให้รุ่นน้องในวันนั้นไม่ใช่แค่เงินหรืออุปกรณ์ หากแต่เป็น “อริยทรัพย์” ในรูปของกระบวนการ “รู้จัก รู้ใจ รู้ใช้ รู้รักษา” และเส้นทางการสืบทอดสื่อพื้นบ้านสามแบบ ได้แก่ ปู่สอนหลาน พาทำเลย และสายใหม่อย่าง “เอาเด็กเป็นตัวตั้ง” ให้หลานถามปู่เอง
นอกจากเนื้อหาวิชาการ งานชิ้นนี้ยังบันทึกภาพงานในแบบที่อบอุ่นและมีชีวิต ทั้งเวทีร่ายรำที่หลอมรวมคนต่างเพศต่างวัยต่างเชื้อชาติให้เป็นหนึ่งเดียวกัน และภาพของปู่ย่านั่งเล่นดนตรีเป็น back up ให้ลูกหลานร่ายรำอยู่ข้างหน้า ซึ่งอาจารย์กาญจนา แก้วเทพ อ่านภาพนั้นว่าเป็น “ผู้ใหญ่หนุน ให้เด็กนำ”
สิ่งที่งานชิ้นนี้ฝากไว้ไม่ใช่แค่บทเรียนเรื่องสื่อพื้นบ้าน หากแต่ตั้งคำถามว่า ในสังคมที่เต็มไปด้วยการ “เขี่ยเข้าตัวเอง” เราจะสร้าง “จิตสำนึกแห่งการให้” ที่ยั่งยืนขึ้นมาใหม่ได้อย่างไร









