ลองนึกภาพนักวิชาการด้านการสื่อสารเดินเที่ยวร้านหนังสือที่สิงคโปร์ แล้วสะดุดกับหนังสือบริหารจัดการที่ดึงเอาภูมิปัญญาจากพระพุทธเจ้าและขงจื้อมาอธิบายหลักการสมัยใหม่ — นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้บทความชิ้นนี้เกิดขึ้น
บทความปริทัศน์ชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสารวิจัยราชภัฎพระนคร ปีที่ 3:1 (มกราคม–มิถุนายน 2551) โดยอาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ทำหน้าที่สรุปและตีความวิทยานิพนธ์ของกรพินท์ สุนทรนนท์ เรื่อง “ศิลป์ และศาสตร์ในการบริหารจัดการคณะโนรา” เมื่อลูกศิษย์จากตรัง เมืองที่ว่ากันว่า “มาจากตรัง ไม่หนัง(ตะลุง)ก็โนรา” เดินมาขอให้เป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับโนรา อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ก็เห็นโอกาสที่จะพิสูจน์สิ่งที่ตั้งข้อสังเกตไว้ตั้งแต่สิงคโปร์
*”เหตุการณ์นี้จึงดูเหมือนจะตอกย้ำสิ่งที่ผู้เขียนคาดคิดเอาไว้ในสิงคโปร์”* (พ.ศ. 2551)
โนราในงานชิ้นนี้ไม่ใช่แค่ศิลปะการแสดง แต่คือสื่อพิธีกรรมที่ฝังรากลึกในชีวิตชาวใต้มาหลายศตวรรษ — มีทั้งมิติของความบันเทิง ความเชื่อ และจรรยาบรรณของนักแสดง บทความนี้ถอดรหัสว่าคณะโนราดำรงอยู่และสืบทอดตัวเองได้อย่างไรผ่านกระบวนการที่หลักการบริหารจัดการสมัยใหม่อาจอธิบายได้ แต่ก็ยังอธิบายได้ไม่หมด
สิ่งที่ทำให้บทความนี้อ่านง่ายคือน้ำเสียงของอาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ที่เขียนราวกับเล่าให้เพื่อนฟัง ไม่ใช่บรรยายให้นักเรียน สำหรับผู้ที่สงสัยว่าระบบความรู้พื้นบ้านกับวิชาการตะวันตกจะเกื้อหนุนหรือขัดแย้งกันอย่างไร — งานชิ้นนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ชวนคิดต่อ









