เมื่อสื่อพิธีกรรมเป็นลำนำแห่งความสุข

ถ้าเคยตั้งคำถามว่า ทำไมพิธีกรรมบางอย่างยังอยู่รอดมาได้ถึงปัจจุบัน ขณะที่หลายพิธีค่อยๆ จางหายไปจากชุมชน บทความชิ้นนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ

ถ้าเคยตั้งคำถามว่า ทำไมพิธีกรรมบางอย่างยังอยู่รอดมาได้ถึงปัจจุบัน ขณะที่หลายพิธีค่อยๆ จางหายไปจากชุมชน บทความชิ้นนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ

ในปี พ.ศ. 2549 โครงการสื่อพื้นบ้านสื่อสารสุข (สพส.) ก้าวเข้าสู่ปีที่สามซึ่งเป็นปีสุดท้ายของการทำงาน ก่อนที่โครงการจะปิดตัวลง ทีมงานต้องการ “ทิ้งไว้ซึ่งองค์ความรู้” จึงได้จัดประชุม “มหกรรมพิธีกรรมสร้างสุข” ที่วัดสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ เชิญภาคีทั้ง 26 โครงการที่ทำงานกับสื่อพิธีกรรมมาร่วมสังเคราะห์บทเรียน อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ซึ่งยึดหลักปักแน่นกับงานสื่อพื้นบ้านสื่อสารสุขภาวะมาตลอด ได้เขียนเอกสารชิ้นนี้เป็นบทสรุปจากการประชุมนั้น

*”ผู้เขียนเคยถูกต่อว่า ในฐานะนักการสื่อสาร ผู้เขียนไปมองอะไรๆเป็นการสื่อสารไปหมด อย่างเช่น พิธีกรรมซึ่งก็อาจจะเป็นอย่างอื่นๆ ไม่ใช่เรื่องการสื่อสาร”* (พ.ศ. 2549)

ความน่าสนใจของงานชิ้นนี้อยู่ที่การเปิดเผยว่า อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ไม่ได้เข้าหาพิธีกรรมในฐานะนักมานุษยวิทยา แต่เข้าหาในฐานะนักการสื่อสาร ซึ่งทำให้เห็นเส้นทางที่คนอื่นมองข้าม เอกสารครอบคลุมทั้งเครื่องมือวิเคราะห์คุณลักษณะสื่อพิธีกรรม แนวคิดทฤษฎีที่ใช้ในการทำงาน และกรณีศึกษา 4 โครงการ ตั้งแต่พิธีเหยาของชาวผู้ไท ไปจนถึงงานบุญจุลกฐินและตักบาตรเพ็งเดือนสาม สิ่งที่ผ่านทุกโครงการอย่างเงียบๆ คือคำเตือนว่า สื่อพิธีกรรมที่เหลือแต่รูปแบบแต่ปราศจากความหมายนั้น ไม่ต่างจากซากร่างที่ไร้วิญญาณ

หากสงสัยว่าพิธีกรรมยังมีที่ทางอยู่ในโลกที่เปลี่ยนเร็วแบบนี้หรือไม่ เอกสารชิ้นนี้ไม่ได้ให้คำตอบตายตัว แต่เปิดคำถามที่หนักกว่านั้นว่า ความหมายที่แท้จริงของพิธีกรรมได้หลั่งไหลลงมาสู่ชีวิตประจำวันของผู้คนด้วยหรือเปล่า