ของเล่นที่ปู่ย่าตายายทำให้มือหนึ่ง กับของเล่นที่ซื้อจากห้างสรรพสินค้า ต่างกันตรงไหน ถ้าตอบได้ก็ใกล้เข้าใจหัวใจของบทความชิ้นนี้แล้ว
บทความของ อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ เกิดขึ้นจากการประชุมเชิงปฏิบัติการของโครงการพัฒนาชุดความรู้การสื่อสารเพื่อสุขภาพ (AHC) ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2547 ต่อมาตีพิมพ์ในหนังสือ “สื่อพื้นบ้าน ขานรับงานสุขภาพ” พ.ศ. 2549 ชื่อ “แมงมุม 11 ขา” มาจากโครงสร้างของบทความที่แตกออกเป็น 11 ประเด็น ไล่ตั้งแต่ความหมายของของเล่น ประเภท วัสดุ กระบวนการใช้ ไปจนถึงขบวนการฟื้นฟู ล้วนโยงใยกันเหมือนขาแมงมุม
หัวใจของบทความคือการมองของเล่นในฐานะ “สื่อ” ซึ่งมีสองหน้าที่พื้นฐาน คือพาความหมายไปส่ง และเชื่อมคนเข้าหากัน ของเล่นพื้นบ้านจึงไม่ใช่แค่ของสนุก แต่เป็น “สื่อรัก สื่อชีวิต” ที่ส่งผ่านสุขภาวะทั้ง 4 มิติ ทั้งกาย ใจ สังคม และจิตวิญญาณ
*”ของเล่นอะไรก็ได้ ขอให้แถมใส่รักมาด้วยก็แล้วกัน”* (พ.ศ. 2547)
อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ยังวิเคราะห์วิกฤติที่เกิดขึ้น ทั้งเด็กไทยเล่นน้อยลง ของเล่นพื้นบ้านกำลังสูญพันธุ์ และผู้ใหญ่หลายคนเกิดอาการ “อัมพาตทางของเล่น” คือรู้จักของเล่นน้อยเกินไปจนดูแลลูกได้ไม่เต็มที่ พร้อมทั้งเสนอแนวทางฟื้นฟูตั้งแต่การปรับวิธีคิดของพ่อแม่ จนถึงการสร้างพิพิธภัณฑ์เล่นได้และลานวัดที่เชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างวัย
หากเคยเห็นเด็กน้อยเล่นเกมกดคนเดียวทั้งวัน แล้วนึกสงสัยว่าอะไรหายไป บทความนี้มีคำตอบ และมีทางออก









