การพัฒนาเศรษฐกิจ: มุมมองของประชาชน

ถ้าวัดความสำเร็จของการพัฒนาด้วยตัวเลข GDP และอัตราการเจริญเติบโตเพียงอย่างเดียว — เราอาจกำลังมองข้ามระบบเศรษฐกิจที่ชาวบ้านใช้ดำรงชีวิตมาตลอดโดยไม่รู้ตัว

ถ้าวัดความสำเร็จของการพัฒนาด้วยตัวเลข GDP และอัตราการเจริญเติบโตเพียงอย่างเดียว — เราอาจกำลังมองข้ามระบบเศรษฐกิจที่ชาวบ้านใช้ดำรงชีวิตมาตลอดโดยไม่รู้ตัว

บทความนี้ตีพิมพ์ในวารสารการบริหารและการจัดการ ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (พฤษภาคม-สิงหาคม 2535) โดยอาจารย์กาญจนา แก้วเทพ จากสภาคาทอลิกแห่งประเทศไทยเพื่อการพัฒนา เรียบเรียงจากการนำเสนอในโครงการสัมมนาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ 22 กรกฎาคม 2534

จุดเริ่มต้นของบทความคือการวิพากษ์ “เศรษฐศาสตร์นิยม” ที่ลดทุกสิ่งเหลือเพียงระบบตลาดและระบบวางแผน โดยละเลยระบบที่สามที่ชาวบ้านไทยดำเนินชีวิตอยู่จริง คือระบบเศรษฐกิจแบบพึ่งพาอาศัยกัน (Reciprocity/Mutuality) อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ใช้กลุ่มพัฒนาจอมทอง เขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นกรณีศึกษาสำคัญ เพื่อแสดงให้เห็นว่าระบบเศรษฐกิจแบบพึ่งพาอาศัยกันไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎี แต่ดำรงอยู่ในพฤติกรรมการออมทรัพย์ การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และการจัดการทรัพยากรร่วมกันของชาวบ้านในแต่ละวัน

สิ่งที่ทำให้บทความนี้โดดเด่นคือการวิเคราะห์แบบ Cost-Benefit จากมุมมองของชาวบ้าน ซึ่งแตกต่างจากมุมมองแบบเศรษฐศาสตร์กระแสหลักอย่างสิ้นเชิง อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ชี้ว่าในการตัดสินใจทางเศรษฐกิจของชาวบ้าน “วัตถุ” และ “จิตใจ” ไม่อาจแยกออกจากกันได้ ผ้าที่ทอเองไม่ใช่แค่สินค้า แต่เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับพิธีกรรมและความสัมพันธ์ในชุมชน การประเมินมูลค่าจากฝั่งตลาดเพียงอย่างเดียวจึงทำให้มองไม่เห็นต้นทุนและผลตอบแทนที่แท้จริง

สำหรับผู้ทำงานพัฒนาชุมชน นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ทางเลือก หรือใครก็ตามที่สงสัยว่าทำไมโครงการพัฒนาเศรษฐกิจหลายแห่งถึงล้มเหลวแม้จะมีงบประมาณมหาศาล บทความชิ้นนี้ให้คำตอบที่ยังคงทันสมัยและตั้งคำถามกับแนวทางการพัฒนาในปัจจุบันได้อย่างไม่ล้าสมัย

รหัสหนังสือ: I3
หมวดหมู่: