ถ้านักพัฒนาคิดแบบแยกส่วน แต่ชาวบ้านคิดแบบองค์รวม — งานพัฒนาที่ทำโดยไม่รู้เรื่องนี้จะไปถึงไหน
บทความนี้นำเสนอในการประชุม Asia Partnership for Human Development (APHD) Southeast Asia Region ระหว่าง 4–9 เมษายน 2534 ที่จังหวัดระยอง และตีพิมพ์ในวารสารสังคมพัฒนา ฉบับที่ 3-4/2534 สภาคาทอลิคแห่งประเทศไทยเพื่อการพัฒนา โดยอาจารย์กาญจนา แก้วเทพ เรียบเรียงจากประสบการณ์ 7–8 ปีของสภาคาทอลิกแห่งประเทศไทยเพื่อการพัฒนา (สคทพ.) ที่ยึดแนวทางศาสนา-วัฒนธรรมเป็นหลัก
จุดเริ่มต้นของบทความคือการสังเกตว่า นักพัฒนาที่ถูกหล่อหลอมในโลกแห่งการแบ่งงานกันตามความชำนาญมักมีวิธีคิดแบบแยกส่วน ขณะที่ชาวบ้านยังคงมีวิธีคิดแบบองค์รวมอยู่เป็นส่วนใหญ่ อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ชี้ว่าหากงานพัฒนาไม่ปรับวิธีคิดให้สอดคล้องกับวิธีคิดของชุมชน ก็ยากที่จะได้ผลในระยะยาว
บทความนำเสนอ 6 ชุดความสัมพันธ์ที่แสดงให้เห็นทัศนะองค์รวมในภาคปฏิบัติ ได้แก่ ความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจ-การเมือง-วัฒนธรรม-ศาสนา, วัตถุกับจิตวิญญาณ, ชีวิตกับงาน, ชีวิตประจำวันกับพิธีกรรม, ปัญหากับการแก้ปัญหา และโครงการพัฒนากับโครงสร้างชุมชน โดยแต่ละชุดมาพร้อมตัวอย่างจริงจากโครงการธนาคารข้าว ธนาคารควาย และกลุ่มออมทรัพย์จอมทอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแนวคิดองค์รวมนั้น “ไม่ใช่เพียงสิ่งที่คิดได้ แต่ยังเป็นสิ่งที่ทำได้จริง”
บทเรียนสำคัญที่อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ สรุปไว้คือ วิธีคิดแบบองค์รวมของชาวบ้านทำหน้าที่เป็นกระจกส่องให้เห็นจุดบอดในวิธีคิดแบบแยกส่วนของนักพัฒนา — และการเรียนรู้นี้ต้องเกิดจากกระบวนการ Praxis คือการร่วมลงมือทำและร่วมคิดไตร่ตรองกับชาวบ้านจริงๆ ไม่ใช่จากการนั่งขบคิดในห้องทำงาน
สำหรับนักพัฒนา นักสังคมสงเคราะห์ หรือใครก็ตามที่ทำงานกับชุมชนและสงสัยว่าทำไมโครงการดีๆ ถึงล้มเหลว บทความชิ้นนี้ให้คำตอบที่ยังทันสมัยและเจ็บปวดอยู่ในทุกยุค







