ลองนึกถึงว่า ในหลายสิบปีที่สื่อมวลชนศึกษาคืบหน้าเรื่อยๆ เพศสภาพและบทบาทหญิง-ชายเกือบจะกลายเป็นหัวข้อที่นักวิชาการมองข้ามไปได้ โดย D. McQuail นักนิเทศศาสตร์ยอดนิยม เคยสังเกตว่า *”ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีด้านสังคมศาสตร์หรือนิเทศศาสตร์สำนักใดก็ตาม มักจะมองข้ามประเด็นเรื่องเพศสภาพบทบาทหญิง-ชายไปเสียทุกสำนัก”* (ค.ศ.1994) สิ่งนี้ไม่ใช่การจงใจที่จะมองข้ามง่ายๆ หรือความตั้งใจร้ายแรม แต่เป็นการเผลอไม่สังเกต ซึ่งตามนี้แหละที่ทำให้ห่วงโซ่แห่งความเข้าใจขาดหายไป
บทเรียนที่เข็นให้อาจารย์กาญจนา แก้วเทพต้องเขียนบทความ *”สื่อกับสตรี: ห่วงโซ่ที่ขาดหาย”* ในปี พ.ศ.2541 คือการที่วิลาสินี พิพิธกุลและเธอค้นพบว่า เมื่อสำรวจความรู้เรื่องสตรีกับสื่อมวลชนไทยตั้งแต่ พ.ศ.2520-2534 มีผลงานวิจัยประมาณ 85 เล่ม แต่งานเหล่านั้นขาดทฤษฎีที่เชื่อมประสานสื่อสารศึกษากับสตรีนิยมให้เป็นเนื้อหนึ่ง บทเรียนเก่าๆ ครั้งที่มีการวิพากษ์วิจารณ์สร้างสรรค์ขึ้นมา ก็เฉพาะเวทีทางวิชาการเท่านั้นที่ยอมรับและให้พื้นที่ให้ยืนโรงเล่น บทความแนวนี้อย่างของอาจารย์กาญจนา เดิมตีพิมพ์อยู่ในหนังสือสำหรับนักศึกษาด้านสตรีศึกษา ซึ่งทำให้นักศึกษาสื่อสารเข้าไม่ถึง
เรื่องสตรีกับการสื่อสารนี้ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องค้นคว้าวิจัยต่อเนื่อง โดยเฉพาะการหาแนวทางการเชื่อมประสานกรอบทฤษฎีทั้งสองฝั่งให้เข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกัน ถ้าเคยรู้สึกว่าภาคเรียนศึกษาเรื่องสื่อนั้นสามารถอธิบายเพศสภาพได้ไม่ถูกต้อง หรือทำให้คำถามยังคาใจอยู่เช่นนี้ บทเขียนของอาจารย์กาญจนา แก้วเทพนี้อาจช่วยให้เห็นว่า ความไม่สมบูรณ์นั้นไม่ใช่ความบกพร่องของจิตใจคุณ แต่เป็นความขาดพลาดในระบบวิชาการจริงๆ









