นักกิจกรรมมักมีปัญหาตรงข้ามกับนักทฤษฎี ปัญหาไม่ใช่ว่า “คิดมากเกินไปจนไม่ทำ” แต่คือ “ทำมากเกินไปจนไม่คิด” คำถามคือ จะทำอย่างไรให้คนที่ถนัดลงมือปฏิบัติ หยุดขยับกายสักครู่ แล้วขยับปัญญาก่อน
บทความชิ้นนี้เขียนขึ้นโดยอาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ร่วมกับปิยะพร อินเจริญ และอัญชณี ไชยวุฒิ ในบริบทของโครงการสื่อพื้นบ้านสื่อสารสุข (สพส.) ซึ่งทำงานกับภาคีที่ส่วนใหญ่เป็น “นักทำกิจกรรม” ไม่ใช่นักวิชาการ วัตถุประสงค์คือการพัฒนา “วัคซีนป้องกันโรค เอาแต่ทำไม่คิด” ที่ทางโครงการตั้งชื่อว่า “ขยับปัญญาก่อน ค่อยย้อนมาเขยื้อนกาย”
เนื้อหาเปิดเผยให้เห็น “Mastermind” ของสพส. ซึ่งประกอบด้วยกรอบทฤษฎี 2 ชุดหลัก ได้แก่ ทฤษฎีการผลิตและการผลิตซ้ำเพื่อสืบทอดทางวัฒนธรรม และทฤษฎีการสื่อสารตามแบบจำลองเชิงพิธีกรรม สองทฤษฎีนี้ทำหน้าที่เป็น “รากแก้ว” ที่หยั่งลึกอยู่ใต้ทุกกิจกรรมที่สพส.จัดขึ้น
*”แม้ว่าไม่รู้ทฤษฎีก็ทำได้สำเร็จอยู่แล้ว แต่ถ้ารู้ทฤษฎีอย่างถ่องแท้และใช้เป็น ก็จะทำได้สำเร็จดียิ่งกว่า”* ประโยคนี้เป็นหัวใจของทั้งบทความ อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ไม่ได้สอนทฤษฎีเพื่อให้ภูมิใจว่ารู้ แต่สอนเพื่อให้ทำได้ดีกว่าเดิม
สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือบทความนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับแนวคิด แต่นำเสนอ “ผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง” หรือ ซอฟต์แวร์ที่สพส.พัฒนาขึ้น เช่น การวิเคราะห์จุดร่วม-จุดต่าง การไหลสองจังหวะ และโมเดลการสืบทอดสื่อพื้นบ้านแบบ “ผู้เรียนเป็นตัวตั้ง”
สำหรับใครที่ทำงานพัฒนาชุมชนและยังสงสัยว่าทฤษฎีจะมีประโยชน์อะไรกับงานภาคสนาม บทความชิ้นนี้น่าจะให้คำตอบที่ไม่ได้อยู่ในรูปของการเทศน์ แต่อยู่ในรูปของตัวอย่างที่จับต้องได้









