ถ้าสื่อพื้นบ้านกำลังจะสูญหาย สาเหตุอยู่ที่ไหน ที่ตัวศิลปินที่มือตก หรือที่เนื้อหาที่เสื่อมมนต์เสน่ห์? คำตอบของ อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ อาจทำให้หลายคนประหลาดใจ
บทความชิ้นนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ใช้เวลาหลายปีระหว่าง พ.ศ. 2544-2547 คลุกคลีกับงานวิจัยสื่อพื้นบ้าน 4 ชิ้น และโครงการพัฒนาภาคปฏิบัติในโครงการสื่อพื้นบ้านสื่อสารสุข (สพส.) ตีพิมพ์ใน พ.ศ. 2549 ในหนังสือวิชาการที่ระลึกแสดงกตเวทิตา ศ.ดร.คุณหญิงสุริยา รัตนกุล และ ศ.ดร.สุวิไล เปรมศรีรัตน์ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล
บทความนี้เสนอสามเรื่องสำคัญ หนึ่ง ความหลากหลายของสื่อพื้นบ้านไทยนั้นมิใช่แค่ “ควรมี” แต่เป็น “จำเป็นต้องมี” เหมือนความหลากหลายทางชีวภาพที่เป็นหลักประกันความยั่งยืน สอง สื่อพื้นบ้านทุกประเภทล้วนอยู่ในสวนสมรมทางวัฒนธรรมเดียวกัน หมอล ากลอนที่เป็นต้นธารกับหมอล าซิ่งที่เป็นปลายธาร ถ้าต้นธารเหือดแห้ง ปลายธารก็ไม่อาจมีความชุ่มชื้น
*”จิตวิญญาณอย่างหนึ่งของศิลปินก็คือการมีอหังการในการเป็นของแท้/ตัวจริงเสียงจริง”* (พ.ศ. 2547)
สาม ปัญหาที่แท้จริงของสื่อพื้นบ้านไม่ได้อยู่ที่ตัวศิลปินหรือเนื้อหา แต่อยู่ที่การขาด “ช่องทาง” และการขาด “กระบวนการสร้างผู้รับสาร” กลุ่มผู้ชมสมัยใหม่ที่ตาต่ำหูตกนั้น คือปัญหาที่เร่งด่วนกว่าที่คิด และสื่อพื้นบ้านยังต้องการ “มือที่สาม” คือคนวงนอกที่ “ตาถึง ใจถึง มือถึง” เข้ามาหนุนช่วยด้วยความเข้าใจในสิทธิของเจ้าของวัฒนธรรม
งานชิ้นนี้เขียนจากประสบการณ์ตรง ไม่ใช่จากหอคอยงาช้าง และมองอนาคตของสื่อพื้นบ้านด้วยความเชื่อว่า หากจัดการปัญหาได้ถูกจุด เส้นทางข้างหน้ายังสดใส









