ถ้าชุมชนแตกแยกกันเพราะการเมือง บ้านเรือนหลังคาแทบจะเกยกัน แต่เพื่อนบ้านกลับไม่รู้จักกัน — สื่อพื้นบ้านจะช่วยได้อย่างไร และจะช่วยได้ทันทีเลยหรือไม่
อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ร่วมกับพระณรงค์ฤทธิ์ ขตติโย และกนก กาคำ บันทึกบทเรียนของ “โครงการเทศน์มหาชาติเพื่อสร้างสุขภาวะชุมชน” วัดศรีสุพรรณ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในชุดหนังสือ “ขับกลั่น คัดกรอง ตรองดู” ของ สพส. ปี พ.ศ. 2549 งานชิ้นนี้ถ่ายทอดเส้นทางการทำงาน 3 ยุค ตั้งแต่ยุคไร้เดียงสาที่จัดเทศน์มหาชาติแล้วชุมชนก็ยังเหมือนเดิม ผ่านยุคเปลี่ยนผ่านที่ต้องทบทวนตัวเอง จนถึงยุคที่ขับเคลื่อนโครงการบนฐานปัญญา
*”งานที่ทำค่อนข้างยาก เพราะชาวบ้านต่างคนต่างอยู่ วัดมักจะเป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดงาน ชาวบ้านมักจะเออออตามพระ”* (พ.ศ. 2549)
คำสารภาพของพระณรงค์ฤทธิ์ หัวหน้าโครงการ บอกให้รู้ว่า แม้แต่คนที่อยู่ในชุมชนมาตั้งแต่เกิดก็ยังสามารถ “ไม่รู้จักชุมชนของตัวเอง” ได้ บทเรียนสำคัญที่งานชิ้นนี้นำเสนอคือความต่างระหว่าง “ขยับกาย” กับ “ขยับปัญญา” — การจัดพิธีกรรมโดยไม่ได้เตรียมคนก็เปรียบเสมือนบ้านชั้นบนที่ไม่มีชั้นล่างรองรับ กว่าโครงการจะเดินหน้าได้ คณะทำงานต้องย้อนกลับมาวิเคราะห์ชุมชน มองหา “ลูกบิดประตู” ที่แท้จริง ซึ่งในกรณีนี้ไม่ใช่พระนักเทศน์ แต่คือกลุ่มเยาวชน 4-5 คนที่ยังมาช่วยงานวัดอยู่ เมื่อเด็กๆ เหล่านี้เริ่มจูงมือกัน คนรุ่นอื่นๆ ในชุมชนก็ค่อยๆ หันหน้าเข้าหากันตามมา
สำหรับใครที่กำลังทำงานกับชุมชนที่บาดเจ็บ หรืออยากเข้าใจว่าเหตุใดสื่อพิธีกรรมจึงไม่ใช่จุดเริ่มต้น แต่ควรเป็นจุดหมายปลายทาง งานชิ้นนี้คือกระจกที่ซื่อสัตย์กว่าหนังสือพัฒนาชุมชนหลายเล่ม









