ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องคุณภาพชีวิตได้กลายเป็นหัวใจของการถกเถียงเชิงนโยบายในหลายประเทศ แต่คำถามที่ยังคาราคาซังอยู่เสมอคือ ใครกันแน่ที่มีสิทธิ์นิยามว่า “ชีวิตที่ดี” หน้าตาเป็นอย่างไร งานชิ้นนี้ของอาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ซึ่งปรากฏในหนังสือการพัฒนาเครื่องชี้วัดคุณภาพชีวิตและสังคม ตั้งต้นจากปัญหานั้นโดยตรง โดยวางกรอบให้เห็นว่าขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมใหม่ (New Social Movement) ทั่วโลก รวมถึงในไทย ได้ลุกขึ้นท้าทายอำนาจของรัฐและวิชาชีพในการผูกขาดความหมายของ “ความอยู่ดีมีสุข”
อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ชี้ให้เห็นจุดอ่อนของเครื่องชี้วัดที่มาจากบนลงล่างว่า *”เครื่องชี้วัดที่ดีไม่ควรบอกแค่ว่าคนมีอะไร (to have) แต่ต้องถามด้วยว่าคนเป็นอะไร (to be)”* ซึ่งเป็นการเน้นมิติความเป็นมนุษย์ที่เครื่องมือเชิงปริมาณมักหล่นหาย
งานชิ้นนี้สำรวจทั้งประสบการณ์ต่างประเทศ เช่น โครงการบ้านจัดสรรในอังกฤษที่ให้ชาวบ้านร่วมกำหนดตัวชี้วัดสุขภาพชุมชน และกรณีศึกษาของไทยที่ขบวนการชุมชนในเมืองต่อรองกับภาครัฐผ่านการกำหนดนิยามของตัวเอง ข้อค้นพบที่น่าสนใจคือ ตัวชี้วัดที่ชุมชนสร้างเองมักสะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ทางสังคมที่ไม่อาจวัดด้วยตัวเลข ไม่ว่าจะเป็นความไว้วางใจระหว่างเพื่อนบ้านหรือความรู้สึกว่าตนมีตัวตนในชุมชน
หากคุณเคยตั้งคำถามว่าตัวชี้วัด GDP หรือดัชนีความสุขมวลรวมที่เห็นในข่าวนั้นพูดแทนชีวิตของคุณได้จริงหรือไม่ งานชิ้นนี้จะพาคุณไปสำรวจว่ากระบวนการร่วมสร้างตัวชี้วัดจากล่างสู่บนสามารถเปลี่ยนโฉมนโยบายสาธารณะได้อย่างไร — และคำตอบอาจไม่ตรงไปตรงมาอย่างที่คาด









