เคยตั้งคำถามไหมว่า ทำไมคำอธิบายเรื่องผู้หญิงในตำราจิตวิทยาถึงฟังดูคุ้นหูนักจากสุภาษิตสอนหญิงในอดีต?
บทความชิ้นนี้ของอาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ตีพิมพ์ครั้งแรกใน *จุลสารสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย* ปีที่ 1:4 เมื่อกันยายน 2529 ก่อนจะรวมอยู่ในหนังสือ *ม่านแห่งอคติ* สำนักพิมพ์เจนเดอร์เพรส พ.ศ. 2536 งานชิ้นนี้เกิดขึ้นในช่วงที่การศึกษาเรื่องสตรีในไทยยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และวิชาจิตวิทยาสมัยใหม่ยังได้รับความน่าเชื่อถือในฐานะ “วิทยาศาสตร์” อย่างเต็มตัว
อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ เริ่มจากการสืบสาวต้นกำเนิดของคำอธิบายที่ใช้กดขี่สตรี โดยแบ่งออกเป็นสามยุค ได้แก่ ยุคนิทานปรัมปราคติ ยุคของการสร้างภาพเหมารวม และยุคของจิตวิทยาของผู้หญิง จุดแข็งของงานชิ้นนี้คือการชี้ให้เห็นว่าแม้รูปแบบจะเปลี่ยน แต่เนื้อแท้ของอคติยังคงเดิม อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ วิพากษ์ทั้งทฤษฎีชีวภาพ ทฤษฎีสัญชาตญาณ และทฤษฎีบุคลิกภาพจากฟรอยด์ถึงสำนักนีโอ-ฟรอยด์ด้วยการยกหลักฐานทางมานุษยวิทยาข้ามสังคมและผลการวิจัยที่นักจิตวิทยาสตรีหักล้างไว้
*”คุณค่าของวิชาจิตวิทยาสมัยใหม่ที่มีต่อการศึกษาเรื่องสตรีจึงมีอยู่เพียงประการเดียวคือ เป็นการตอกย้ำนิทานปรัมปราคติโบราณ และอคติแบบ stereotype ให้ดูเป็นระบบและดูเป็นวิทยาศาสตร์เท่านั้นเอง”* (2529)
สิ่งที่ทำให้งานชิ้นนี้ยังคงทรงพลังคือการชี้ให้เห็นว่าอคติไม่ได้ดำรงอยู่อย่างเลื่อนลอย หากแต่มีบทบาทรับใช้ระบบการแบ่งงานทางเพศในสังคมอย่างแนบเนียน วิชาจิตวิทยาจึงกลายเป็นเพียงนิทานปรัมปราฉบับใหม่ที่สวมชุดวิทยาศาสตร์ ขณะเดียวกัน อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ ก็เปิดพื้นที่ให้นักจิตวิทยาสตรีอย่าง Karen Horney และ Clara Thompson ได้เข้ามาตั้งคำถามกลับว่า หากอคติเหล่านั้นเป็นเรื่องของวัฒนธรรม ไม่ใช่ธรรมชาติ แล้วอะไรล่ะคือความเป็นผู้หญิงที่แท้จริง
หากเคยรู้สึกว่าคำอธิบายเรื่อง “ธรรมชาติของผู้หญิง” มีบางอย่างที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผล งานชิ้นนี้ช่วยให้มองเห็นว่าความรู้สึกนั้นมีที่มา และมีเหตุผลที่ดีรองรับ









